เนื้อหาด้านล่างเป็นการแนะนำและประสบการณ์ตรง
 
โดยอ้างอิงจากคณะ ICT มหิดล
 
การสอบสัมภาษณ์ของสอบตรงนั้น จะเข้มงวดกว่าตอนแอดมิชชั่นมากๆ
 
หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะ
 
- เราเขียนต้นฉบับไว้ใน ICT MAHIDOL @ Dek-d  - 
 
 
 
 
 
(ชิท พิมจนเสร็จแล้วดันไปกดรีเฟรช - - ขี้เกียจชะมัดเลย แต่เพื่อน้องๆนะ T___T)



การสอบสัมภาษณ์คณะ ICT มหิดล
1.สอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ
   
        เพราะอะไรนะหรอ ถามทำแม้วอะไรเนี่ย คณะเราเป็นอินเตอร์นะพี่น้อง เรียนเป็นภาษาอังกฤษ สอบก็เป็นภาษาอังกฤษ สอบสัมภาษณ์ก็ต้องเป็นภาษาอังกฤษเซ่
        (มาถึงตอนนี้ น้องๆหลายๆคนแอบใจแป้ว ชิทหายแหละ เก่งภาษาอังกฤษเยี่ยงภาษาแม่เลยที่เดียว - -")
      
  อย่ากังวลไปน้อง มันไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้น
 
        1.1 คำถาม
                 ปัญหาแรก ถ้าฟังคำถามไม่ออก มันจะตอบได้ไหมวะ ก็เอางี้   ถามตัวเอง ทำไมถึงฟังไม่ออก
                              1.1.1 มันเร็วเกินไป    เร็วเกินไปก็บอกให้เขาพูดช้าลง
                              1.1.2 ศัพท์อลังการเรียนอังกฤษมา12ปีไม่เคยเจอ   มีสองตัวเลือก คือ ถามเขาว่าอะไรคือ..(ศัพท์)... หรือไม่ก็ขอให้เขาช่วยเปลี่ยนเป็นศัพท์ที่ง่ายลงกว่าเดิม

                   ถามได้นะน้อง ถามเลย อย่าไปกลัว ถ้าเราถามเนี่ย แสดงว่าเรายังกระตือรือร้นที่จะตอบ ก็เหมือนตอนเรียนแหละ ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถาม ดีกว่าพวกที่นั่งเอ๋อ เหมือนจะเข้าใจแต่ไม่

        1.2 คำตอบ
                คำถามมันจิ๊บมากเลยพี่ แต่นึกคำตอบไม่ออก นึกเป็นภาษาอังกฤษไม่ออกว้อยยย
                                1.2.1 เตรียมคำตอบมา อันนี้ลงไปอ่านต่อข้างล่าง เรื่องการเตรียมคำถาม
                                1.2.2 แนะนำอย่างแรงว่า ทุกคำตอบ อย่าเราไม่เมพอังกฤษจริง ขอให้ใช้ศัพท์ที่ง่ายที่สุด พูดให้ช้าที่สุด ศัพท์อันไหนที่นึกไม่ออก ก็เอาอันที่ใกล้เคียงก็ได้ เขาไม่มานั่งเชคหรอกน้อง ว่าที่เราตอบอะ มันจริงรึเปล่า (แต่ถ้าถามชื่อต้องตอบให้ได้นะเฟ้ย - -) Simple is the BEST เชื่อพี่

       1.3 การกดดัน
                มันคือหน้าที่หลักน้อง เขาต้องการทำให้เราสติแตก แต่จงอย่าหลงกล ใจเย็นเข้าไว้ อ่านการเตรียมใจข้างล่าง

2.จำนวนกรรมการ
                   
               แล้วแต่ห้องที่น้องจะถูกแรนดอมเข้าไป บางคนเจอง่ายแบบชิวสุดๆ แต่บางคนเจอยากแบบออกมาแล้วทึ้งหัวก็มี

          2.1 จำนวน 2-3 คน
                                 2.1.1 ประเภทคนไทย อันนี้ตัวบอสเลยนะน้อง อย่างที่รู้กันอยู่ บางคนที่พูดอังกฤษแบบต้องพยายามฟังอย่างรุนแรง สำเนียงอะไรนี่ แล้วคำถามที่ยิงมานะ กดดันกันแบบติดดิน ยิ่งถ้าเป็นคนที่ดูมีอายุหน่อย เดาไว้เลยว่า เป็นพวกมีตำแหน่งๆ ความโหดจะเพิ่มตามลำดับ   แต่ถ้าเจอแบบอายุยังน้อยก็โชคดีไป ส่วนใหญ่เป็นพี่ TA หรือไม่ก็ อาจารย์ใหม่ ค่อนข้างจะชิวนิดนึง (แต่สำเนียงยังคง...)
                                 แต่ประเภทนี้ดีหน่อยนะ ซุยภาษาอังกฤษได้ เข้าใจกันในฐานะคนไทย
                                2.1.2 ประเภทชาวต่างชาติ อันนี้ส่วนใหญ่ใจดี และไม่ค่อยกดดัน จะถามคำถามง่ายๆ แต่ที่ต้องพึงระวังคือ ภาษาอังกฤษ จะมั่วกับเขาไม่ได้นะน้อง ขอย้ำอีกครั้งว่าพูดช้าๆ ชัดๆ และใช้คำที่่ง่ายที่สุด
                                2.1.3 ประเภทสุดท้าย  รุ่นพี่  เขาว่ากันว่าไม่อยากให้น้องกดดัน เลยเอาพี่มานั่งเป็นเพื่อนด้วย แต่น้องเอ๋ย สำหรับพี่นะ พี่ว่ามันยิ่งกดดันกว่าเดิมอีกงะ แล้วแต่คนนะ บางคนก็ว่ามีพี่แล้วชิว

                จำนวนและประเภทจะถูกแรนดอมตามเลขที่สอบ  อย่างเพื่อนพี่ได้ อาจารย์ใหม่กับรุ่นพี่ ชิวไปเลย แต่พี่งะ ได้อาจารย์ไทยมีตำแหน่งทั้งสองคน + กับห้องมันมืดๆ    ไม่อยากจะเซ้ดดเลยน้องเอ้ย

3.เวลา
             น้องจะถูกแบ่งออกเป็นหลายวัน สอบเช้ากับสอบบ่ายด้วย ส่วนระยะเวลาในการสอบประมาณ 5-20 นาที อย่างไอเพื่อนพี่ข้างบนอะ 5 นาทีเอง แต่ของพี่ ปาไปเต็มลิมิต เกือบ 20 นาทีเลยอะน้อง แต่เวลาผ่านไปเร็วมาก ไม่ต้องกลัว แล้วก็ไม่ต้องเหลือบมองนาฬิกาด้วยละ

4. แฟ้ม พอร์ท

              ถ้าไม่มีมากหรือดีพอที่จะเอาไปโชว์เขาได้ อย่าเอาไปเลยน้อง อย่างรุ่นพี่เนี่ย แทบไม่มีคนเอาไปเลย เอาใจไปให้พร้อมก็พอ แล้วก็แนะนำสำหรับคนที่เกรดเทอมหนึ่งดีๆ ก็ให้พกไปด้วยละกัน เขาจะเอาไปเพิ่มไว้ในแฟ้มข้อมูลส่วนตัวของเรา







ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง ????


1.เตรียมตัว
          อย่างแรกที่เขาจะเห็นคือหน้าตา การแต่งกาย และกริยาของเรา แค่นี้เขาก็ประเมินไปได้กว่าครึ่งแล้ว และยังส่งผลถึงการสอบสัมภาษณ์ที่เหลือด้วย ดังนั้น

          1.1 กินให้อิ่ม เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย   กายพร้อม ใจก็พร้อมนะ
          1.2 แต่งตัวให้เรียบร้อย เอาเสื้อเข้าให้หมด กระโปรงก็อย่าสั้น ส่วนเรื่องผมนั้นก็อย่าให้น่าเกลียดเกินก็พอ เนิร์ดซักวันตับไม่แตกหรอก
          1.3 กริยามารยาท    เข้าไปอย่างอ่อนน้อมสุดๆๆๆเลยนะน้อง เข้าก็ไหว้ออกก็ไหว้ จะนั่งก็ต้องขออณุญาตก่อน ยิ้มเข้าไว้ อย่าชักสีหน้าเด็ดขาดไม่ว่าเขาจะพูดดูถูกอวัยวะส่วนไหนก็ตาม (เพราะหน้าที่ไงน้อง กดดัน)

2.เตรียมคำถาม
          คำถามที่เขาจะถามนั้น ก็วนซ้ำอยู่เดิมๆและน้อง ไม่มีอะไรมาก  นอกจากว่าเขาจะไปสะดุดกับข้อมูลส่วนตัวอันไหนของเรา เขาถึงขะถามเจาะจงไป  และเพราะว่าเป็นภาษาอังกฤษ คำถามพวกจิตวิทยาหรือโลกแตกอะไรแบบนั้นจะไม่มี
          2.1 คำถามที่เจอบ่อย ควรเตรียมไป
                     - แนะนำตัว อันนี้เจอชัวร์ ท่องไปได้เลย ภาษาอังกฤษนะ
                     - ทำไมถึงอยากเข้าคณะนี้
                     - รู้จักคณะได้ยังไง คิดว่าคณะสอนอะไรบ้าง
                     - คณะนี้เรียนยากนะ คิดว่าจะเรียนไหวไหม
                     - ที่บ้านทำอาชีพอะไร
                     - มีกำลังพอที่จะจ่ายค่าเทอมไหม (อันนี้ถาม เพราะคณะเราะจะมีการให้ทุนด้วย ไม่ใช่การดูถูกแต่อย่างใด)

           2.2  ถ้าเจอนอกจากนี้ กรุณา อย่าคิดนาน แต่ให้พูดช้าๆ พูดไปคิดไปแล้วจะช่วยได้

3.เตรียมใจ
         อันนี้สำคัญที่สุดเลยน้อง ถ้าใจเรานิ่ง รับรองว่าไม่มีอะไรที่ยากเกินไป แต่อย่างว่าแหละ สอบสัมภาษณ์เป็นใครก็ตื่นเต้น เพราะส่วนใหญ่เคยสอบกันเป็นครั้งแรก คำแนะนำคือ ให้ใจเย็นๆ ไม่ว่าเขาจะทำหน้ากดดัน ดูถูก เหยียดหยาม รำคาญ หรือดุจนเหมือนจะกินเราเข้าไปก็ตาม ให้ทำเหมือนไม่รู้ถึงความพยายามกดดันของเขา แล้วยิ้มๆเข้าไว้ ยิ้มนิดๆนะ ไม่ใช่ไปยิ้มกวนเขาซะอีก - -"
         ก่อนเข้าห้องสอบหายใจเข้าลึก คิดซะว่าอีกไม่เกิน 20 นาทีมันก็จะผ่านไปแล้ว !!
         ส่วนระหว่างอยู่ในห้องสอบ ย้ำอีกครั้ง ใจเย็น อย่าไปของขึ้นตามเขาเด็ดขาด




ประสบการณ์ตรง

      ตอนที่สอบ พี่ไม่ได้คิดถึงสอบสัมภาษณ์มาก่อนเลย คิดแต่ว่า สอบให้ติดก่อนเถอะแล้วค่อยว่ากันที่หลัง
      สุดท้ายพี่สอบติดรอบแรก แล้ววันสอบสัมภาษณ์ดันห่างกับประกาศผลแค่3วัน(รู้สึกนะ) เลยเหมือนตื่นเต้น แล้วก็กดดันมากๆ ตอนนั้นก็คงเหมือนน้องๆตอนนี้แหละ เซิสหาข้อมูลทางgoogle ใหญ่เลย อยากรู้ว่าปีที่แล้วที่ผ่านๆมาเป็นยังไงบ้าง แล้วก็มานั่งลิสคำถาม ยาวเป็นหางว่าวเลย กะว่าถามอะไรมาตอบได้หมด ให้เวลาทั้งวัน คิดอะไรออกก็เขียน แล้วก็เตรียมแนะนำตัว เพราะคิดว่าต้องเจอแน่ๆเลยท่องไป ได้เพื่อนที่เรียนนานาชาติมาช่วยร่างด้วย ศัพท์แสงเลยไฮโซซะงั้น ไม่ได้คิดเล้ยว่าตอนหลังจะพาซวยมาให้

     พอถึงวันสอบ ก็เข้าไปจัดการเอกสารก่อน ทำๆตามเขาไป แล้วเขาจะให้นั่งรอตามคิว ที่นี้พอถึงตรงนี้แหละ จุดตื่นเต้นของเรา 555+ แต่ก่อนมาสอบของICTพี่ไปสอบMUICมาแล้วรอบนึง ความตื่นเต้นเลยไม่เท่าไหร่ นั่งเหมือนชิวๆมาก เพื่อนยังถามเลยว่าแกไม่ตื่นเต้นหรอวะ (หารู้ไม่ว่าเมื่อวานซืนที่ไปสอบของมหิดลอินเตอร์นะ ตื่นเต้นโคดๆๆ มือไม้งี้สั่นไปหมด ใจเด้งเข้าเด้งออกเหมือนในการ์ตูนเลยแล้วเวลาตื่นเต้นก็จะคิดแต่เรื่องในแง่ ลบซะด้วยซิ) นั่นแหละ เสร็จแล้วพอใกล้ถึงคิว พี่ก็จะเรียนไปรอหน้าห้องสอบ ตอนนี้เราก็จะแอบรู้แล้วแหละ ว่าเราได้ห้องโหดรึเปล่า ของพี่นี่เป็นห้องมืดๆ มองข้างไหนไม่เห็นเลย น่ากลัวยิ่งนัก เหลือบมองหน้าคนที่สอบก่อนเรา หน้าซีดเหงื่อแตกเลยงะ แสดงว่าเราไม่ได้เป็นคนเดียว 55+

     ถึงตาเราแล้ว ขาแอบสั่นเล็กน้อย เดินเข้าไป ยิ้มให้พี่ที่นำเล็กน้อยเพื่อเรียกหน้าตาสดใสให้กรรมการเห็น ตอนเข้าก็ไหว้อย่างดี มีอาจาร์สองท่านนั่งอยู่ ดูท่าทางจะมีคุณวุฒิมิใช่น้อย และตามที่เตรียมการมา เราจะไม่นั่งถ้าเขาไม่เชิญ หรือถ้าเห็นว่ามันนานเกินไปก็ต้องขออณุญาตินั่งก่อน แต่ของพี่นี่ เขาเชิญให้นั่งแทบจะทันทีที่เห็นหน้าเลย พี่ก็ค่อยๆนั่งแล้วไหว้อีกครั้ง ยิ้มๆให้ แต่สีหน้าอาจารย์ทั้งสองนิ่งมากกกก จนแอบกลัว

     คำถามแรก ตามที่เตรียมไว้ แนะนำตัว จัดไปอย่าให้เสีย เราเตรียมมาดีแล้ว ท่องไปอย่างเมพไม่ติดขัด ศัพท์สวยมาก ที่นี้เขาคงคิดว่าเราเก่งอังกฤษ คำถามต่อมานี่พูดอย่างเร็ว หน้าเอ๋อไป 0.22 วิ เพราะเราเอ๋อนานไม่ได้ รีบบอกให้เขาพูดอีกครั้ง ครั้งนี้เขาพูดช้าๆๆ เลย ถามว่า ที่บ้านทำอะไร เราก็ตอบไปอย่างที่เตรียมมาเช่นกัน ไม่มีอะไร แล้วเขาก็ถามว่ามีกำลังจ่ายค่าเทอมไหม เราก็ตอบมี (พี่บางคนบอกว่า ถ้าไม่ได้ทุนก็จะไม่มีตังเรียน ได้ทุนเลย 555+ ) แล้วก็ถามว่ารู้จักคนชื่อนี้ไหม โรงเรียนเดียวกัน เราก็บอกว่ามาด้วยกัน แต่ไม่ได้สมัครเพราะตามเพื่อน

      หลังจากนี้แหละ ขอเอาเน้นๆให้ได้ฟีลล์ (แอบเป็นตัวอย่างที่ไม่ได้นะน้อง แง่มๆ)

- บทสัมภาษณ์เวอร์ชั่นแปลไทยแล้ว -

อาจารย์ : เรียนสายศิลมาหรอ
เรา : ศิล-คำนวณคับ
(ในใจ - ไม่ใช่ศิลภาษานะเฟ้ย ตูเรียนเลขมาเท่าสายวิทย์ ชริ!)

อาจารย์ : แล้วจะเรียนไหวหรอ
เรา : จะพยายามให้ดีที่สุดคับ
(ในใจ - เอากุแล้วไง)

อาจารย์ : ที่นี่ฟิสิกส์ยากนะ F กันเกือบครึ่ง คุณคิดว่าคุณจะทำยังไงให้เรียนทันพวกสายวิทย์
เรา : จะเตรียมตัวก่อนเรียน อันไหนที่ไม่เข้าใจจะรีบถามเพื่อนหรือรุ่นพี่ทันทีครับ จะพยายามให้ดีที่สุด(ย้ำ)
(ในใจ - สายศิลแล้วไงวะ แม่งงงง !)

อาจารย์ : คุณคิดว่าคุณทำได้หรอ อยากเห็นคะแนนตอนสอบเข้าของตัวเองมั้ย (ทำท่าจะยื่นกระดาษ)
เรา : ไม่เป็นไรครับ ผมแน่ใจว่าจะพยายามให้ดีขึ้นได้
(ในใจ - ชิทททท   กุรู้ตัวหรอกน่า จำได้เฟร้ยว่าตัวเองทิ้งดิ่งไป แถมวาดรูปน้ำตกไปให้อีกต่างหาก)

อาจารย์ : หรอ(ทำหน้าไม่เชื่อ) แล้วคุณเรียนสายศิลมา(ย้ำ)ทำไมไม่เข้าพวกออกแบบละ ที่คณะนี้มัลติมีเดียไม่ได้สอนออกแบบนะ เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า
เรา : ผมทราบครับว่าคณะนี้ไม่ได้สอนออกแบบแต่เน้นเขียนโปรแกรม ผมอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ครับ ไม่ใช่ดีไซเนอร์
(ในใจ - กุหาข้อมูลมาดีเฟ้ย ไม่ได้เข้าใจผิด ไม่ต้องทำหน้าดูถูกกกก <<<  ของเริ่มขึ้น )

อาจารย์ : หรอ แล้วจะเรียนไหวหรอ สายศิลเนี่ย
เรา : ครับ จะพยายามให้ดีที่สุดครับ
(ในใจ - รอบที่3แล้วนะเฟ้ยยยยยยยยยยยยย   เป็นอะไรกับสายศิลป์มากมั้ยยยยย @#$%%^% !!!!! )

อาจารย์ : แต่ที่อยากรู้ก็คือ มันยากนะ คุณจะเรียนไหวได้ยังไง ...
เรา : (ทนไม่ไหวแล้ว) ถ้าคุณคิดว่าเรียนสายศิลป์มาแล้วเรียนไม่ได้ แล้วคุณจะระบุทำไมครับว่าสามารถสมัครได้ แล้วถ้าคุณคิดว่าผมเรียนไม่ไหวแล้วคุณให้ผมผ่านข้อเขียนทำไมครับ (หน้านิ่ง)
(ในใจ - ในสมองเริ่มเบลอๆจากความเคือง แต่ยังคงรักษากริยาไม่ให้โมโหมากเกินไป)

อาจารย์:........
เรา:....(เหนื่อย พูดเร็วเกิน)

เกิด อะไรขึ้นต่อจากนั้นจำไม่ค่อยได้แล้ว แต่จำได้ว่าตอนลุกออกจากห้องก็ไม่ลืมไหว้และยิ้มให้ เหมือนจะจบด้วยดีนะรู้สึก แต่ตอนเดินออกไปนี่เหนื่อยมากๆ จำได้ว่าร้อง อ๊ากกกกก แล้วขยี้หัวตัวเองด้วย 555+  สรุปได้ว่ากดดันเกินคาดสุดๆ แต่หลังจากนั้นก็โล่งนะ เพื่อนที่สอบห้องเดียวกัน ก็โดนอาจารย์ถามว่ารู้จักเรารึเปล่า พอบอกรู้จัก ก็ปล่อยเพื่อนเราเร็วมาก (อะไรฟะ มาจากศิลเหมือนกันแท้ๆ แง่งงง) แต่ของเรานี่นานกว่าคนอื่นมาก


          หลังจากนั้น ตอนลงอินเทนซีฟ เหมือนปรับพื้นฐานอะ ก็ดันเจอคนที่สอบสัมภาษณ์เรา แล้วที่นี่ฟิสิกส์เขาให้เลือกว่าจะลงหรือไม่ก็ได้ พอเห็นหน้าเราแล้วเหมือนเขาจำได้อะ เขาบอกว่า "อ้าว สายศิลป์ใช่ไหม ควรลงนะ" เอิ่มม สรุปตูชื่อสายศิลป์ไปแล้วว ส่วนอาจารย์อีกคนก็ข้างนอกใจดีมาก (แอบแง้มนิดนึงว่าอาจารย์ที่ชื่อ สุ_ส_วน สอบโหดมาก เขาเป็นPresidenceคณะ)




            สุดท้ายนี้ อย่าไปซีเรียสนะน้อง เพื่อนพี่บอกคนเข้าไป ยิ้มอย่างเดียวแทบไม่ได้ตอบอะไรนอกจากชื่อ เขายังให้ผ่านเลยน้อง ผ่านแทบทุกคน เขาแค่อยากจะวัดว่า น้องสุขภาพจิตดีมั้ย คุยกันรู้เรื่องรึเปล่า เฉยๆ ขนาดพี่ของแอบขึ้นยังผ่านมาได้เลย 555+ เพราะงั้นอย่าไปตึงๆ ใจเย็นๆค่อยตอบ ผ่านทุกคนชัวร์!



                             ขอให้น้องๆทุกคนโชคดี !!

    


(เมื่อยมือจัง - - " ยาวนะเนี่ย)

   

 
 
 
 
สมุดนะ
 
ต้องใช้กันทุกคน
 
แต่จะหาให้มันถูกใจก็ ย้ากกยาก
 
พอเจอถูกใจ ก็แพงซะอีก - -"
 
ทำใช้เองเลยมะ !
 
ตอนเด็กๆเคยทำ ไม่น่ายาก 555+(เกี่ยว?)
 
นั่นแหละ
 
เราอยากได้แบบไม่มีเส้น
กระดาษถนอมสายตา
ขนาดกระทัดรัด
ที่สำคัญ หน้าปกต้องแนว !
 
จัดไป
 
คอนเซปของDIYงานนี้
 
สมุด บ่งบอกสไตล์ของแต่ละคนนะจ๊ะ >O<!
 
เอาละ มาเริ่มกันเลย
 
หยิบของใช้ใกล้ตัวเนี่ยแหละ อิอิ
 
คิดไปคิดมาอยากได้สองสี นะ
 
 
หลังจากนั้นก็พับครึ่ง 

 
ตัด แล้วพับครึ่งอีก
หรือให้ได้ขนาดที่ต้องการ
 
 
จัดเป็นชุด แล้วแมคซะ 
แมคขนาดธรรมได้ ได้ประมาณ10-12 แผ่น
 
 
ได้ประมาณนี้ เอากี่ชุดแล้วแต่ความชอบ
 
แล้วก็ออกแบบหน้าปก 
เอาให้ไปอย่างที่ต้องการ ยัดเข้าไป!
 
จากนั้น
 
เข้าชุด
ใช้กาว เทป ตามสะดวก เอาให้แน่นหนา
 
 
เสร็จแล้วจ้า
 
 
มีบาร์โค้ดด้วยนะ 555+
ทำขายจะมีคนซื้อมั้ยเนี่ยยย 
 
 
 
จบจ้า
เป็นไงบ้าง ซุยไปนิด แฮะๆ
 
ทำได้ยังไงบอกกันด้วยเน้อ
 
 
 
 

เ ซ็ ง เ ป็ ด !!!

posted on 22 Oct 2009 21:39 by sagaya-sky
 
 เซ็งเป็ดเซ็งไก่!!
 
แง้ T____T
 
วันนี้ตอนแรกว่าจะเอาสมุดที่ทำเอง+วิธีทำมาให้ดู
 
แต่เพื่อนดันทักมาว่าประกาศเซคห้องเรียน+ตารางสอน
 
เซ็งงงงง++
 
เรียนคนละห้องกับเพื่อนอีกแล้วววว
 
ทำไมต้องเป็นเราคนเดียวทุกทีเล้ยยยย
 
T________________T
 
 
 
 
เป็ดผิดไหม??
 
ไม่!!
 
แต่ฮาวทูไว้คราวหน้าละกันนะ ซิกๆ T^T
 
 
 
 
ปล.กลับจากภูเก็ตแล้วนะเออ กินเจด้วยแหละ -,.-